Wealth scanner

เมื่อพันธบัตรสหรัฐฯเขย่าโลก

 

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว 10 ปี ของสหรัฐฯ พุ่งทะยานขึ้นเป็นประวัติการณ์มาแตะที่ระดับ 1.6% ทำเอานักลงทุนทั่วโลกสะดุ้ง เมื่อส่งผลจิตวิทยาต่อการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างแรง และคาดว่าจะแรงขึ้นอีก ถ้าส่งผลต่อให้อัตราภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯต้องตัดสินใจนโยบายทางการเงินไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

บรรดากูรูเศรษฐกิจ กำลังรอดูว่า กลางเดือนมีนาคมนี้ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีท่าทีชัดเจนอย่างไรต่อผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จากก่อนหน้านี้เพียงบอกให้รอดูว่า ถ้าอัตราเงินเฟ้อขึ้นไปถึง 2% แล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ธนาคารกลางก็จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนไปพลางๆก่อน เพราะการฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่แข็งแกร่งพอใช้มาตรการเข้มข้นมากนัก รวมถึงการพิจารณาเรื่องการดึงเงินอัดฉีดฟื้นฟูเศรษฐกิจตามมาตรการผ่อนคลายออกจากระบบ

นักวิเคราะห์มองว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ถึงขยับขึ้นก็ไม่น่ากลัว เพราะเกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ บางทีอาจปรับขึ้นระยะสั้นๆ แล้วก็จะลดลง ของจริงน่าลองดูไปสักสองไตรมาส จะได้ภาพชัดเจนเพื่อลงทุนในปีหน้าได้มั่นคงขึ้น ส่วนผลกระทบต่อตลาดโลกนั้น คงขึ้นกับการตัดสินใจของประธานาธิบดี Joe Biden ในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจและ นโยบายสงครามการค้ากับจีน ว่าจะออกมาทางไหน

ด้านตลาดหุ้นไทย อาจได้รับอานิสงส์บ้าง แต่ก็คงไม่มากนัก เพราะระดับความน่าสนใจยังเป็นรองคู่แข่ง แต่เชื่อว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนน่าจะดีกว่าปีก่อน โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ในปีนี้ ที่เศรษฐกิจมีสัญญาณฟื้นตัว หลังจากหลายประเทศได้รับวัคซีนโควิด-19 ภาคอุตสาหกรรมเคมีมีแววดี ภาคการเดินทางและขนส่ง ภาคพลังงาน จะมีโอกาสขยับตามการท่องเที่ยว  และการค้าที่จะดีขึ้น  ส่งผลดีไปถึงภาคการเงินและธนาคาร

อย่างไรก็ตามแต่มีปัจจัยน่าห่วงคือ ด้านเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของการได้รับวัคซีนนั้น อาจยังไม่สามารถการันตีความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่อาจเกิดจากนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวที่ไปยังประเทศต่างๆ ได้ 100% รวมทั้งราคาน้ำมันที่อาจขยับตามปริมาณการใช้เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว

จุดสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย น่าจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และผู้มีรายได้ระดับกลางจนถึงระดับบนที่ยังเก็บเงินไม่ขยับลงทุนเต็มที่ โดยดูจากเงินออกในระบบที่ล้นเหลือให้มั่นใจกล้าควักเงินออกมาใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศทั้งระบบให้ค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ...งานนี้ออกหัวหรือก้อย รอดูกันต่อไป.

 

US Bonds Sends Ripples Through the Global Market

By Bunatta Aritatpokin

 

The interest rates for 10-year US bonds jumped up to a record breaking 1.6%, shocking global investors as it resulted in devastating effect to the psychology of stock market investment. It is expected to cause even more fluctuation if the effect causes inflation rates in the US to rise as well, as that may cause the US Federal Reserve to decide on a new monetary policy.

 

Economic gurus are waiting to see during the mid-March period if Jerome Powell, president of the US Federal reserve, will make be making a statement about how this will impact the inflation in the US, as he had previous stated the Fed's would keep its benchmark short-term interest rate near zero until annual inflation topped its 2% target. For the time being, the central bank will be using a more lenient monetary policy as the economic recovery in the US is still not stable enough for any intensive measures - also taking into consideration the withdrawal of funds for the rejuvenation of the economy to balance out the pressure of inflation.

 

Analysts believe the situation will not become problematic and the volatile changes are simply a result of economic stimulus measures. For a clearer picture on investments, the market would have to be observed for a few quarters more. As for the impact on the global market, it will depend on President Joe Biden's decisions regarding policies on the economy and the Sino-US trade war. 

 

The Thai stock market in comparison may have a few advantages over its foreign counterparts, but not by much as its level of interest is still considered inferior when compared to those of its competitors. However, the operational results of listed companies is expected to have improved from the previous fiscal year, especially in terms of revenue recognition. With the vaccine for COVID-19 becoming available worldwide, the outlook of the chemical industry has become quite promising. The travel and logistics sector, as well as the energy sector, could shift alongside that of the tourism sector. Trade will improve, which will have a positive impact on the financial and banking sectors.

 

In any case, there is also an important factor of concern: the quantity and quality of the COVID-19 vaccine. Safety against another outbreak of the pandemic has not been guaranteed, especially with the new wave of travelers and tourists around the world. Oil prices may also shift with consumption as the global economy begins to recover.

 

Focal points for the recovery of the Thai economy should be whether or not the government will be able to build the confidence of existing investors, and that of people with middle-to-upper income who have yet to become investors. This can be established by examining the systems with an abundance of savings, which will help gradually drive the economy back to normalcy.