Trend 2021

เซียนฟันธงการลงทุน 2021

By Bunatta Aritatpokin

 

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนามองปัจจัย แนวโน้มและทิศทางการลงทุน โดยมีสุดยอดนักวิเคราะห์ประจำปี 2563 ให้เกียรติแนะนำการลงทุนและหุ้นเด่นในปี 2564ประกอบด้วย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม Head of research บล.เอเชียพลัส, สุกิจ อุดมศิริกุล Head of researchบล.ไทยพาณิชย์, ภาสกร ลินมณีโชติ Head of researchบล.กสิกรไทย และกรภัทร วรเชษฐ์ Head of researchบล.โนมูระ พัฒนสิน

การระบาดโควิดรอบใหม่กระทบการฟื้นตัวพอสมควร ปรับลดประมาณเติบโตเศรษฐกิจการระดับโลกและระดับประเทศ จีดีพีลดจนเหลือต่ำกว่าร้อยละ 3 กระทบกำไรบริษัทจดทะเบียน เติบโตร้อยละ 38

กำไรประมาณ 7.1 แสนล้านบาท อัตรา EPS65 บาท ต่อหุ้น  จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากขึ้นแต่ราคาหุ้นสูงขึ้น เพราะความคาดหวังเรื่องการฉีดวัคซีน และFund Flow สภาพคล่องที่เหลือเยอะ เงินฝากสูงกว่า 15 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจโลกกับเศรษฐกิจไทย เป็นภาพการฟื้นตัว ตลาดสหรัฐ ยุโรป ฟื้นตัวช้ากว่าเอเชีย จีนอาจโตร้อยละ 9  ไทย อาจโตประมาณ 2.8 เทรนการลงทุนเป้าหมายคือ เอเชีย กระแสเงินจะมาลงทุนมากขึ้น การเมืองสหรัฐทำให้ตลาดคาดหวังนโยบายการคลังใหม่ที่อาจประคองเศรษฐกิจในประเทศก่อน เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า อาจรอถึงครึ่งหลังปีนี้ถึงปีหน้า แม้มีกระแสเงินไหลเข้ามาบ้าง

ปีนี้ภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะมีการปรับตัวที่ชัดเจนมีแบบแผนดีกว่าปีก่อน แต่ยังจะไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจใช้เวลา 2 ปี เป็นผลมาจากการกระจายการฉีดวัคซีน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวยังไม่สดใสเท่าใดนัก ปัจจัยกดดัน คือ โควิด นโยยายการเงินสหรัฐฯ และยุโรป นโยบายเรื่องหนี้ประเทศเกิดใหม่

การปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ปัจจัยผลักดันสำคัญ คือ สินค้าคงเหลือในจีน และสหรัฐฯ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีผลต่อโลกแน่ นักท่องเที่ยวจะกลับมาไทยเป็นปกติเดือนแรก คือมกราคม  2566 (3ล้านคน/เดือน) ขึ้นกับการฉีดวัคซีนที่ต้องเป็นไปตามแผน  รายได้ต่อไตรมาสละ 5 แสนล้านบาท ภาครัฐอาจต้องช่วยเหลือต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญจับตาในปีนี้

บรรยากาศการลงทุนน่าจะเป็นบวก ตั้งแต่ไตรมาสแรก ประสิทธิภาพวัคซีนโควิดคอยหนุน แต่ต้องระวังนโยบายด้านการเงินในครึ่งปีหลังที่จะตึงตัวมากขึ้น ไทยเองถ้าคุมโควิดได้ดี และวงเงินดูแลปัญหา การปรับโครงสร้างหนี้ในระบบ กำไรในตลาดอาจเบี่ยงเบนไปบ้าง และเป็นปกติในปีหน้า

มีปัจจัยพื้นฐาน และสภาพคล่องการเงิน โดยปัจจัยเด่นการลงทุนคือ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตัวดึงดูดเม็ดเงินเข้าตลาดใหม่ แต่สถานะดอลลาร์อ่อนต่อเนื่องไม่น่าเกิดขึ้น นโยบายของประธานาธิบดีไบเดนมีทั้งบวกและลบ ส่งผลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และการเคลื่อนย้ายเงินทุน ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงไม่คงดอกเบี้ยนานเป็นปีๆ ความสัมพันธ์จีนสหรัฐฯและสงครามการค้า ยังน่าสงสัยเช่นกัน

การเมืองระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลต่อการค้าโลก หุ้นการเงินตอบสนองเชิงบวก มีโอกาสที่จะทบทวนบัญชีสินค้าที่มีปัญหาระหว่างจีนสหรัฐฯ การกีดกันสินค้าเทคโนโลยีและอิเลคทรอนิกส์ทำให้จีนมีอุปสรรคและต้องลงทุนเพิ่ม ซึ่งมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก ปัญหาความเสี่ยงเงินเฟ้อ การถอนสภาพคล่องน่าจะต่ำ การปรับตัวสินค้าค้าโภคภัณฑ์ส่งผลต่อเงินเฟ้อ มุมมองภาพรวมยังถือว่าน่าเป็นบวก การใช้มาตรการการคลังกระตุ้นยังมาแรงอยู่ ความเสี่ยงแรงๆ น่าเป็นปีหน้ามากกว่า

ประเด็นคาดการณ์ไม่ได้คือ ปัญหาโควิด จะมีจุดจบเมื่อไหร่  สำหรับไทย รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มได้   1.7 ล้านล้านบาท ความต่อเนื่องในการออกมาตรการจัดการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร  สภาพคล่องที่จะมาเสริมตลาด มีแรงจากเงินไหลเข้าลงทุนหุ้น และตราสารหนี้ นโยบายการเงินอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะ เงินเฟ้อติดลบอยู่ ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายมีช่องปรับลดได้ ส่วนการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังต้องลุ้นเนื่องจากขาดความต่อเนื่อง ค่าเงินบาทยังแข็งค่ามาก กระทบการส่งออกชะลอตัว แนวโน้มเงินไหลเข้าตลาดหุ้นต่างชาติหลายปีมานี้ ขาย 9.7 แสนล้านบาท จะเกิดการไหลกลับมาบ้าง แต่ภาพความขัดแย้งการเมืองในประเทศจะมีผลต่อการไหลเข้าของเงินต่างชาติจะสะดุดหรือไม่

สินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนปีนี้ เริ่มจากหุ้น ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ แต่ควรลงทุนหุ้นคุณภาพเป็นหลัก ราคาฟื้นตัวพอสมควรแล้ว ตลาดหุ้นไทยน่ามองดัชนีน้อยลง มองพื้นฐานน่าอยู่ระดับ 1500 จุด ผลประกอบการน่าใกล้เคียงปีก่อนหน้า หุ้นคงขึ้นเป็นรายกลุ่มมากกว่ายกแผง ความคึกคักตลาดครึ่งปีแรกดีกว่าครึ่งปีหลังที่อาจผันผวนแกว่งตัว ส่วนกระแสโลกเรื่องการลงทุนต่างประเทศน่าสนใจ ควรกระจายความเสี่ยงไปลงทุน หุ้น New Economy จะมีผลตอบแทนดี  หุ้นไทยดีโดดเด่นเพราะฐานต่ำ

หุ้นยังน่าสนใจลงทุนที่สุด เช่น หุ้นอุตสาหกรรม หุ้นธนาคาร หุ้นอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นต่างประเทศมีทางเลือกที่ดีกว่า เงินเฟ้ออาจปรับตัวขึ้นครึ่งปีหลัง กลุ่มสินค้าอาหารราคาสูงขึ้น ราคาน้ำมันค่อนข้างต่ำ น้ำมันน่ายังเป็นลบ เพราะพลังงานสะอาดจะมีผลต่อภาคพลังงานทั่วโลก  แต่ทองคำ มีทิศทางเป็นบวก เพราะยังค่อนข้างปลอดภัย แต่ต้องดูค่าดอลลาร์ประกอบด้วย

นักลงทุนอาจจัดพอร์ท หุ้นไทยร้อยละ 40  หุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย ร้อยละ 20  ตราสารหนี้ ร้อยละ 20   ตราสารการเงินอื่นๆ และเก็งกำไร ร้อยละ 10 เงินสดร้อยละ 10 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะน่าสนใจจากการฟื้นตัวรอบใหม่

Trend 2021

By Bunatta Aritatpokin

In order to look at the factors, trends, and directions investments were heading, the Investment Analyst Association and the Stock Exchange of Thailand held a seminar where the best analysts of 2020 recommended investment opportunities for the most outstanding stocks of 2021. The seminar included names such as Mr. Therdsak Thaweetheeratham (Head of Research of Asia Plus Group Holdings Securities), Mr. Sukit Udomsirikul (Head of Research of Siam Commercial Bank Securities), Mr. Pasakorn Linmanichote (Head of Research of Kasikorn Securities PCL), and Mr. Kornphat Worachet (Head of research of Nomura Direct Securities). 

 

The new wave of COVID outbreaks has had a substantial effect on the recovery of the economy, with estimated downgrades for both the global and national economic growth. The GDP dropping to less than 3% will affect registered companies' profits' growth by about 38%, with a profit of approximately 7.1 billion baht, EPS 65 baht.

 

The number of people who have been infected with COVID is increasing, but so too are share prices, due to the expectations of vaccination and fund flow. The remaining liquidity is substantial, with deposits over 15 trillion baht. 

 

Though recovery for the economical markets both international and domestic seem to be on the rise, the US and European markets are recovering slower than the ones in Asia. The current politics of the US seems to be building on the expectation of new fiscal policies that will be focusing on the reinvigoration of the domestic economy first and foremost. China's growth is estimated to be at 9% and Thailand's growth, though slow going, is approximated at 2.8%. With the target of the trend of investment being in Asia, the flow of investment is expected to increase. Thailand's economy is predicted to progress during the latter half of 2021 to early 2022, despite the steady trickle of the current financial flow.

 

The trend of the economy and the stock market is expected to be more straightforward than the previous year though it could take up to 2 years to fully recover, taking into account the distribution of the vaccine and economic stimulus initiatives. The future of tourism, in turn, does not seem to be very bright, as factors for its success include the pandemic, the financial politics of the US and Europe, and debt policies of the markets of emerging countries.

 

Adaptation to the changes has improved since the end of 2020 though future important driving factors will include the remaining inventory stock in China and the US - not to mention, economic stimulus measures in the US are definitely expected to have global effects. Thailand's tourism industry is expected to return to normal by January of 2023 (est. 3 million/month), though the plan is dependent on the sustained distribution of the COVID-19 vaccine. For the revenue from tourism to return to its former numbers (up to 500 billion baht per quarter), the industry may still need to rely on government assistance until the economy has fully recuperated. 

 

Key Issues to Watch for in 2021

 

The atmosphere around the stock market is predicted to be positive from the first trimester, reinforced by the efficiency of the COVID-19 vaccine. However, vigilance is encouraged due to the possibility of the strengthening of the financial policies in the latter half of the year. If Thailand can both crack down on the pandemic and handle the budget for restructuring the debt system efficiently, market profit may fluctuate but is expected to return to normal in the following fiscal year.

 

In investment, one must understand the fundamentals of it as well as the financial liquidity. A key factor to take into account is the US dollar, as it is a magnet for attracting investments in new markets - however, a sustained weak dollar position is unlikely to happen. President Biden's policies have both positives and negatives effects on US bond yields and towards movement of capital. The Federal Reserve System is unlikely to maintain interest rates over an extended yearly period. The Sino-US relations and trade war also remains unstable territory.

 

International politics are becoming increasingly complex, sending ripples through global markets, with positive responses from financial stocks possibly creating opportunities to review the account of controversial goods between China and the US. The deprivation in movement of technological and electronic products has left China with obstacles it is investing even more in to struggle to overcome. This in turn, alongside the adaptation of commodities, is expected to influence inflation in the global economy. The liquidity of withdrawal is likely to be low. Though the overall perspective is still positive, there is still a heavy emphasis on reliance on fiscal stimuli and any serious risk will have to be monitored in the next fiscal year.

 

Currently, the most unpredictable complication is when the issue of the pandemic will come to an end. For Thailand, the government will be able to take an additional loan of 1.7 trillion baht and the liquidity to support the market will mostly come in the form of capital inflow into investment and instruments of debt. Negative inflation may also force monetary policies to cut down on their interest rates - though the recovery of the economy as a whole still remains to be seen, when there has been a lack of continuity and the baht is still strong, slowing down the circulation of exports. The trend of capital flow into foreign stock markets the past several years (amounting to about 9.7 hundred billion baht) has started to trickle back into the country, though there is speculation that the political conflicts may cause the inflow to falter.

 

Attractive national assets to invest in, in 2021, includes both Thai and foreign stocks, though it is advisable to focus on quality over quantity. Stock values have recovered moderately, and Thai stock markets are focusing less on indices. With the baseline of 1500, performance of the current year is within a similar range to the previous year. Stocks are more likely to rise in groups than as individual panels. The activity of the stock market in the first half of the year is expected to surpass the latter half, which is anticipated to fluctuate. In regards to the global trends, investments should be diversified into New Economy stocks for beneficial returns. Thai stocks stand out due to their low bases. 

 

For the more attractive stocks to invest in, such as industrial, banks, and real estate, there are much better options in foreign stock markets compared to domestic ones. Inflation may rise in the latter half of the year. The price of food products is predicted to rise. The price of oil will likely remain relatively low as clean energy will affect the energy sector of the global market. The price of gold, on the other hand, is predicted to be heading up as it is a relatively safe stock to invest in, though the value of the dollar must also be taken into account.

 

Investors may organize a portfolio that is 40% Thai shares, 20% foreign shares (particularly in Asia), 20% fixed income, 10% other financial instruments and speculative stocks, and 10% percent cash. Technology stocks will also likely see a new round of recovery.